หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ซึ่งมีทรัพยากรด้านการเกษตรจำนวนมาก ดังนั้นการนำผลผลิตไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้สูงขึ้นได้ จะเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศและเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น ดังนั้นความรู้ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ จึงมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร เพื่อเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมเกษตร โดยนำจุลินทรีย์ พืช และสัตว์ ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ด้านการคัดเลือกและการปรับปรุงสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ๆ เพื่อใช้เพิ่มมูลค่าผลผลิตและการสร้างระบบการผลิตในระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เหมาะสมกับทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น ซึ่งทรัพยากรที่มีความหลากหลายของชนิดและจำนวนของสายพันธุ์สามารถนำไปใช้ประโยชน์ อนุรักษ์ และปรับปรุงโดยใช้ความรู้ด้านพันธุศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตใหม่ ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน โดยอาศัยกระบวนการทางวิศวกรรมไปใช้พัฒนากระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรม นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยใช้ทรัพยากรที่มีในท้องถิ่น จะเห็นได้ว่าความรู้ด้านเทคโนโลยีชีวภาพมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและส่งผลต่อการพัฒนาประเทศในภาพรวม เป็นศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงระบบการผลิตภาคการเกษตรและระบบการผลิตระดับอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นการพัฒนาประเทศให้มีความเชื่อมโยงและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่าจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ สภาวะการขาดแคลนพลังงานและอาหารของประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้นการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีชีวภาพ จึงมีความสำคัญและจำเป็น เพื่อเพิ่มบุคลากรด้านเทคโนโลยีชีวภาพสู่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งพัฒนาบุคลากรอื่นที่มีความรู้ความสามารถโดยการอบรมหรือส่งเสริมให้ศึกษาต่อ

จํานวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตร จำนวนหน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 137 หน่วยกิต

แผนการรับนักศึกษา  50 คน

คุณสมบัติของผู้สมัคร

1. สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า

2. คุณสมบัติอื่นๆ ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีว่าด้วย การศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2548

อาชีพที่สามารถประกอบได้

1. ผู้ช่วยวิจัยและนักวิชาการด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน

2. นักประเมินโครงการ ในหน่วยงานที่ให้ทุนวิจัย หรือหน่วยงานพัฒนา

3. พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมทางเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น โรงงานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โรงงานผลิตพลังงานทดแทน โรงงานกรดอะมิโน โรงงานผลิตยาปฏิชีวนะ เป็นต้น โดยปฏิบัติงานได้ทั้งในฝ่ายผลิต ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ รวมทั้งฝ่ายวิศวกรรมโรงงาน

4. ประกอบอาชีพอิสระ โดยการตั้งห้องปฏิบัติการ หรือ สถานประกอบการในด้านการผลิตผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ